การเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง


ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในการทำศัลยกรรม โดยเฉพาะการแปลงเพศ ซึ่งได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ และเป็นมีชื่อเสียงในบรรดาผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด การผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิงเป็นหนึ่งในการศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงด้วยประสบการณ์ของแพทย์และการบริการของสถานพยาบาลที่คุ้มค่าราคา วันนี้มาดูกันว่าก่อนการผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิงนั้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

ความจำเป็นในการผ่าตัดแปลงเพศ

การผ่าตัดแปลงเพศ (Sex Reassignment Surgery) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพภายนอกให้ตรงกับจิตใจ ซึ่งเกิดกับผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตใจรู้สึกขัดแย้งกับการรับรู้เพศไม่สอดคล้องกับเพศที่แท้จริงมีได้ทั้งในชายและหญิง หรือที่เรียกว่า Gender Dysphoria หรือ Gender Identity Disorder การศัลยกรรมแปลงเพศจึงเป็นการผ่าตัดเพื่อให้มีอวัยวะเพศตรงตามสภาพจิตใจที่ต้องการและดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

การแปลงเพศจากชายเป็นหญิงเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ส่งผลต่อผู้รับการผ่าตัดไปตลอดชีวิต ดังนั้นการหาข้อมูลและเลือกศัลยแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้อวัยวะเพศที่สวงยงามเป็นธรรมชาติและความลึกของช่องคลอดที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

คุณสมบัติของผู้ที่จะผ่าตัดแปลงเพศ

  1. ต้องเป็นผู้มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี ต้องได้รับการยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  2. ต้องได้รับฮอร์โมนเพศหญิงติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 1 ปี
  3. มีความรู้สึกเป็นหญิงมานานแล้ว หรือตั้งแต่เริ่มจำความได้
  4. เคยใช้ชีวิตแบบผู้หญิงมาไม่น้อยกว่า 1 ปี
  5. รู้สึกรังเกียจอวัยวะเพศของตัวเองหรือคิดว่าเป็นส่วนเกิน
  6. ได้รับการประเมินสภาพจิตใจและได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ว่าอยู่ในภาวะปกติและเหมาะสมที่จะทำการผ่าตัดแปลงเพศได้
  7. ต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแปลงเพศ

ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องพบจิตแพทย์ 2 ท่านก่อนการผ่าตัด เพื่อประเมินจิตใจอย่างละเอียดว่าเป็นผู้ที่ไม่พอใจในเพศของตนเองและจะไม่เปลี่ยนใจกลับมาเป็นเพศเดิมในภายหลัง และจะต้องเข้าพบกับศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการผ่าตัด ความเสี่ยง และผลข้างเคียงจากการผ่าตัด

เนื่องจากการแปลงเพศเป็นการผ่าตัดใหญ่จึงต้องใช้ยาสลบ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงต้องเข้ารับการตรวจร่างกายว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมที่จะรับการผ่าตัด และไม่มีโรคแทรกซ้อนที่เสี่ยงต่อการผ่าตัด รวมถึงการตรวจเลือดและขนาดอวัยวะเพศเดิม เพื่อประเมินการผ่าตัดว่าควรใช้วิธีใด

 

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้การผ่าตัดศัลยกรรมปลอดภัยมากขึ้นและด้วยประสบการณ์ของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิงช่วยให้ผู้รับการผ่าตัดนั้นได้มีเพศสภาพสมบูรณ์ตามที่ตัวเองต้องการ และยังช่วยให้มีความมั่นใจ สุขภาพจิตที่ดีและความสุขในการดำเนินชีวิตอีกด้วย