ทานยาพาราเซตามอลมากเกินขนาดระวังตับ ไตจะพัง


พาราเซตามอล ยาที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไปไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านขายของชำ ร้าน 7-11  แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่ากาทานยาพาราเซตามอล นานๆจะมีผลเสียอย่างไรต่อร่างกายของเรา

สำหรับผลจากการทานยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ภก.วินิต อัศวกิจวิรี ผอ. กองควบคุมยา สำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ยาพาราเซตามอลที่ขึ้นทะเบียนในบ้านเรา มีชื่อการค้าประมาณ 900 ชื่อ แยกเป็นชนิดเม็ด และแคปซูลประมาณ 600 ชื่อ ส่วนอีก 300 ชื่อเป็นชนิดน้ำ ในส่วนของยาเม็ดนั้น ประมาณ 500 ชื่อการค้า มีขนาด 500 มก. ส่วนขนาด 325 มก. มี 80 ชื่อการค้า

การกินยาพาราเซตามอลแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเพื่อรักษาอาการปวดหัว ตัวร้อน ต่างๆคงไม่มีผลอะไรกับร่างกาย แต่กับคนใข้บางคนที่อยากทานและให้หายไวก็ กินครั้งละ 2 เม็ด ๆ ตกรวมแล้ว 500 มก. เมื่อเวลาผ่านไปยังไม่ถึงเวลาที่จะกินซ้ำก็กินอีก ถ้าเป็นอย่างนี้จะได้รับยาถึง 2 กรัมซึ่งจะมีผลต่อตับและไตได้

สำหรับคนที่แพ้ยาหรือไวต่อฤทธิของยาการรับยามากถึง 2 กรัมอาจทำให้ตับอักเสบได้ ในบางรายที่ไม่รุนแรงอาจแค่อ่อนเพลียอย่างหนับ ส่วนตับพักฟื้นสักพักก็หายเป็นปกติ สมมมุติถ้าโชคร้าตับไม่แข็งแรงพิก็อาจถึงขั้นตับวายถึงแก่ชีวิตได้ แต่โอกาสยังมีอยู่น้อยมากเนื่องจากในประเทศของเรายังไม่มีใครรายงานมามากมาย

ยาพาราเซตามอลกับปัญหาต่อตับ จึงขึ้นอยู่กับเชื้อชาติและผลของการทานยาว่ามากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ได้กินทุกวันหรือกินต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็ไม่เป็นไร ในคนใข้ส่วนใหญ่กินกันสองวันก็เลิกแล้ว ในบุคคลที่มีปัญหาในเรื่องตับ ถ้าเภสัชกร หมอรู้ก็จะไม่จ่ายพาราเซตามอลให้กับคนใข้ แต่ส่วนใหญ่จะจัดยาประเภทอื่นให้แทน จึงขอเตือนผู้ที่กำลังทานยาชนิดนี้อยู่ว่า หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการกินพาราเซตามอลร่วมกับดื่มเครื่องดื่มประเภทต่างๆที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มจะไปเสริมฤทธิ์กันกับยาและเป็นอันตรายต่อตับได้ในที่สุด

คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมพาราเซตามอลขนาด 325  มิลลิกรัม ไม่เป็นที่นิยม เรื่องนี้ ภก.วินิต กล่าวว่า ในประเทศไทยผู้คนเคยชินกับการทานพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัมมากกว่า ซึ่งหลายคนเชื่อว่าแรงกว่ากินเม็ดเดียวก็หายได้เลยที่สำคัญไม่เปลืองยา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเม็ดยาขนาด 325  มิลลิกรัมก็ได้ผลไม่ต่างกันนัก

ด้าน ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขา ธิการ อย. ได้กล่าวว่า ผู้ที่จะรับประทานไม่ควรกินพาราเซตามอล เกินกำหนดตามเอกสารยาที่ระบุ สำหรับขนาดเหมาะสมกับผู้ใหญ่ กิน 1 เม็ด 500 มิลลิกรัม. ทุก 4 ชั่วโมง หรือ กิน 2 เม็ด 1,000 มก. ทุก 6 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกินวันละ 8 เม็ด หรือ 4 กรัม และควรเว้นระยะการทานทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายเกิดการขับยา มิให้เกิดการสะสมของยาในร่างกายซึ่งจะเป็นอันตรายต่อตับ ในคนใข้ที่ใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานหากใช้ยาพาราเซตามอล เกิน 5 วัน แล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ และหยุดการใช้ยาทันที สำหรับในเด็กเล็กการใช้ยาควรลดลงตามน้ำหนักของเด็กคือให้ยาครั้งละไม่เกิน 10 – 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโล หากไม่แน่ใจว่าจะให้เด็กรับประทานยังไงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรตามร้านขายยาทั่วไปจะดีที่สุด

และที่สำคัญที่ต้องฝากไปถึงผู้ใช้ยาทุกคนคือโปรดอ่านรายละเอียดให้มาก ถึงวิธีการใช้ คำเตือนต่างๆ รวมถึงใช้ยาให้เหมาะกับโรคที่เป็นเพื่อป้องกันผลข้างเคียงของยาที่อาจส่งผลลบต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ตับไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์เช่นผู้ที่ดื่มสุรามากจนตับเริ่มเสื่อม หรือมีการทำงานของตับที่เสื่อมลงจากการได้รับสารอะฟลาท็อกซินในอาหาร เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือใช้ยาอื่นที่มีพิษต่อตับร่วมกับพาราเซตามอล โอกาสเกิดพิษย่อมมีมากขึ้น เพราะอันตรายที่สำคัญที่สุดของพาราเซตามอล คือ การเกิดพิษต่อตับ
โดยเฉพาะการใช้พาราเซตามอล ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้ที่ดื่มสุรามากจนตับเริ่มเสื่อม หรือมีการทำงานของตับที่เสื่อมลงจากการได้รับสารอะฟลาท็อกซินในอาหาร เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือใช้ยาอื่นที่มีพิษต่อตับร่วมกับพาราเซตามอล โอกาสเกิดพิษย่อมมีมากขึ้น เพราะอันตรายที่สำคัญที่สุดของพาราเซตามอล คือ การเกิดพิษต่อตับ ยามีทั้งคุณและโทษอยู่ที่เราเลือกใช้ให้เป็น
เรียบเรียงโดยทีมงาน www.thailovehealthy.com
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์